Typica green beans

แยกแยะกาแฟอราบิก้าพันธุ์ Typica, Bourbon, Catuai, Caturra, Pacamara, Geisha/Gesha ด้วยลักษณะทางกายภาพ โดยคุณสว่าง ทองดี

Typica 7

กาแฟสายพันธุ์อราบิก้า

สำหรับเกษตรกรหรือผู้ผลิตกาแฟที่คลุกคลีอยู่ในไร่แล้วการแยกแยะความแตกต่างของสายพันธุ์กาแฟอาจไม่ใช่เรื่องยุ่งยาก แต่กับผู้บริโภคซึ่งอยู่ปลายทางหรือคนที่เพิ่งจะเริ่มๆสนใจย่อมเป็นสิ่งที่ทำใหสับสน เพราะสายพันธุ์กาแฟช่างเยอะเสียนี่กระไร

จุดประสงค์หลักของการเขียนบทความตอนนี้ ก็เพื่ออธิบายลักษณะทางกายภาพของสายพันธุ์กาแฟอราบิก้าเพียงบางสายพันธุ์ แต่จะพยายามให้กระชับและชัดเจน ให้ง่ายต่อทุกคน กระทั่งคนที่ไม่ได้เป็นผู้เชี่ยวชาญใดๆก็สามารถเข้าใจมากขึ้น ผมจะไม่แตะมากในส่วนของประวัติศาสตร์และรสชาติของกาแฟแต่ละสายพันธุ์ เพราะข้อมูลด้านนี้หาอ่านได้ง่ายและมีอยู่มากมายในเว็บไซต์ต่างๆและในหนังสือกาแฟทั้งหลายอยู่แล้ว แต่บทความตอนนี้จะช่วยให้เข้าใจสายพันธุ์กาแฟเมื่อเรามองดูรูปพรรณสัณฐาน โดยใช้เกณฑ์ต่างๆในการจำแนกแยกแยะสายพันธุ์ อันที่จริง ในวงการกาแฟพิเศษนั้น นี่เป็นปัจจัยสำคัญประการหนึ่งสำหรับทุกคนในห่วงโซ่ (เกษตรกร ผู้ซื้อ โรงคั่ว บาริสต้า แม้กระทั่งผู้บริโภค) จะเข้าใจในเรื่องนี้

ทั้ง 6 สายพันธุ์ที่จะอธิบาย ได้แก่

  • ทิปิก้า (Typica)
  • เบอร์บอน (Bourbon)
  • คาทูร์รา (Caturra)
  • คาทุย (Catuai)
  • พาคามารา (Pacamara)
  • เกอิชาหรือเกชา (Geisha/ Gesha)

สายพันธุ์เหล่านี้ปลูกกันอย่างแพร่หลายในประเทศผู้ผลิตกาแฟในอเมริกากลางและอเมริกาใต้ และขาย (ส่งออก) ไปยังตลาดทั่วโลก ดังนั้น น่าจะสมเหตุสมผลกว่าที่จะเริ่มด้วยสายพันธุ์ที่คนรู้จักกันมากอยู่แล้ว เมื่อรู้วิธีจำแนกความแตกต่างแล้ว ก็ค่อยขยายขอบข่ายความรู้ให้กว้างออกไป ไปทำความรู้จักสายพันธุ์อื่นๆกันต่อไปหลังจากนั้น

การเก็บรวบรวมข้อมูลนั้นดูจากลักษณะของต้นกาแฟที่ผ่านการตัดแต่งกิ่ง (ทำสาว) และลำต้นกับกิ่งก้านได้งอกกลับมาใหม่แล้ว หรือไม่ก็ดูจากลักษณะของต้นกาแฟอายุราว 2-3 ปี ซึ่งจากทั้งสองประเภทนี้พบว่าสังเกตได้ง่ายกว่า และข้อมูลทั้งหมดนั้นเก็บมาจากไร่กาแฟทั้งหลายของบริษัทกาแฟ International Coffee Farms เมืองโบเกเต ประเทศปานามา ซึ่งไร่เหล่านี้ตั้งอยู่ที่ความสูงระหว่าง 1,300 ถึง 1,800 เมตรจากระดับน้ำทะเล ใช้เวลาเก็บข้อมูลประมาณสองเดือนในช่วงรอยต่อระหว่างปลายฤดูเก็บเกี่ยวไปจนถึงก่อนดอกกาแฟจะบาน 

อ่านเพิ่มเติม :  COFFEE 101 – ว่าด้วยเรื่องพื้นฐานของกาแฟ

แต่ก่อนจะลงไปยังรายละเอียดของแต่ละสายพันธุ์ เรามาเริ่มต้นกันก่อนด้วยประวัติพอสังเขป แน่นอน เราต่างรู้อยู่แล้ว ว่าประเทศเอธิโอเปียซึ่งอยู่ทางตอนเหนือของทวีปแอฟริกาคือต้นกำเนิดของกาแฟ ประกอบด้วยกาแฟกว่า 100 สปีชีส์  และอราบิก้าก็คือหนึ่งในสปีชีส์กาแฟซึ่งได้แพร่ขยาย เกษตรกรในประเทศผู้ผลิตนำไปปลูกกันอย่างกว้างขวาง โดยสายพันธุ์หลักทั้ง 2 ซึ่งถูกนำออกจากเอธิโอเปีย เดินทางเข้าสู่ประเทศเยเมน จนในที่สุดกระจายทั่วโลกนั้นก็คือสายพันธุ์ทิปิก้าและเบอร์บอน ต่อมาเกิดการผสมข้ามสายพันธุ์หรือไม่ก็เกิดการกลายพันธุ์ตามธรรมชาติ จึงทำให้เกิดสายพันธุ์ย่อยมากมาย แผนผังข้างล่างนี้บ่งบอกความสัมพันธ์ของอราบิก้าทั้ง 6 สายพันธุ์นี้

arabica coffee tree

 

สำหรับการพิจารณาลักษณะของสายพันธุ์กาแฟทางกายภาพ มีเกณฑ์ดังนี้ ลักษณะทางกายภาพที่สามารถใช้จำแนกพันธุ์ได้แก่

  1. ลักษณะลำต้น (สูงชะลูดหรือเป็นพุ่ม)
  2. สีของยอดอ่อน (เขียวหรือน้ำตาล)
  3. ทรงพุ่ม (เป็นโคนเหมือนต้นทรงพุ่มสนหรือพุ่มออกกลมคล้ายร่ม)
  4. ลักษณะของใบ (ใบเรียวยาวหรือใบอ้วน)
  5. รูปร่างผล (ยาวเรียวหรือกลมรี)
  6. ขนาดของผลและเมล็ด (เล็ก ขนาดกลาง ขนาดใหญ่ ขนาดใหญ่มาก)
  7. ระยะห่างระหว่างกิ่งกับข้อในกิ่ง (ข้อห่าง ข้อถี่)
  8. สีของผลสุก (แดง เหลือง ส้ม) องศาของกิ่งที่ทำกับลำต้น 

ซึ่งไม่จำเป็นต้องใช้ลักษณะเหล่านี้ทั้งหมดมาประกอบการพิจารณาเพื่อลงความเห็นว่าคือกาแฟสายพันธุ์ไหน เพราะบางสายพันธุ์มีคุณสมบัติบางด้านความโดดเด่นมากอยู่แล้ว อีกทั้งการพิจารณาสายพันธุ์นั้น ควรดูโดยรวมและสังเกตหลายๆต้น ทั้งนี้เพื่อเพิ่มระดับความแม่นยำในการลงความเห็น 

1.Typica (ทิปิก้า​)

กาแฟสายพันธุ์นี้มีลักษณะหลายอย่างชัดเจนและน่าจะเป็นสายพันธุ์ที่แยกแยะได้ง่ายที่สุดในบรรดาทั้งหมด

ประการแรกก็คือลักษณะทรงพุ่มนั้นเป็นสามเหลี่ยมคล้ายทรงต้นสน ยอดและใบอ่อนมีสีน้ำตาล ลำต้นชะลูดสามารถสูงได้ถึง 5 เมตรเมื่อมันอายุมากขึ้น หมายความว่าระยะห่างระหว่างกิ่นบนลำต้นและข้อภายในกิ่งนั้นห่าง

องศากิ่งที่ทำกับลำต้นอยู่ที่ระหว่าง 50-80 องศา ลำต้นและกิ่งก้านไม่หนา ใบ ผล และเมล็ดข้างในมักเรียวยาว ผิวใบของทิปิก้ามักจะค่อนข้างเรียบ

โดยที่ขอบใบมักไม่หยักหรือหยักเพียงเล็กน้อย ผลสุกมีสีแดง หากเปรียบเทียบทิปิก้าเป็นผู้หญิงก็คงคล้ายนางแบบร่างสูงโปร่งงามระหงผู้ซึ่งมีแขนขายาวนั่นเอง

ลักษณะทรงพุ่ม 3 เหลี่ยม

ลักษณะยอดแดง (Bronze Tip)

Typica Bronze Tip
Typica node length 2
Typica node length
Typica green beans

2.Bourbon (เบอร์บอน​)

เป็นอีกสายพันธุ์หลักเช่นเดียวกับทิปิก้า เบอร์บอนมีลำต้นสูงโปร่งและทรงพุ่มมีลักษณะคล้ายทรงต้นสน แต่ไม่ได้ชัดเจนเท่าทิปิก้า

ทั้งนี้เพราะพุ่มหนากว่าและมีกิ่งย่อยมากกว่าเล็กน้อย ลำต้นและกิ่งหนา (บึกบึน) กว่าทิปิก้าจึงทำให้ไม่ยืดหยุ่นเท่า ระยะห่างระหว่างกิ่งบนลำต้นและระยะห่างระหว่างข้อบนกิ่งเดียวกันห่างก็จริง แต่สั้นกว่าเมื่อเทียบกับทิปิก้า

นี่จึงทำให้โดยเฉลี่ยแล้วเบอร์บอนสามารถติดดอกออกผและเก็บเกี่ยวได้ผลผลิตมากกว่าทิปิก้าถึงราว 30%

ใบของเบอร์บอนมีลักษณะแตกต่างคือผิวใบขรุขระมีรอยหยักของเส้นใบอย่างเห็นได้ชัด ขอบใบก็หยักกว่ามากด้วย ยอดอ่อนมักมีสีเขียว แต่ก็มีข้อยกเว้นบางครั้งสามารถใบอ่อนเป็นสีน้ำตาลบ้างเช่นกัน ผลมักมีลักษณะกลมออกรีเล็กน้อย ผลสุกมีทั้งที่เป็นสีเหลือง แดง และส้ม (แต่ไม่ใช่จากต้นเดียวกันนะครับ)

อ่านเพิ่มเติม : ต้นกำเนิดของกาแฟ Brazil Yellow Bourbon และเหตุผลที่ผลกาแฟเป็นสีเหลือง

ลักษณะยอดสีเขียว (Green Tip)

Typica and Bourbon Leafความแตกต่างของใบ Typica และ  Bourbon

bourbon curly leaf
bourbon2
bourbon curly leaf 2
Bourbon Green tip 2
Bourbon

3.คาทูร์รา (Caturra)

เป็นสายพันธุ์ที่เกิดจากการกลายพันธุ์ตามธรรมชาติของเบอร์บอน ส่งผลให้คาทูร์ราป้อมเตี้ยกว่าเบอร์บอน บางคนเรียกมันว่ามีลักษณะเป็นต้นแคระ แต่อันที่จริงคาทูร์ราที่แก่อาจสูงได้ 2-3 เมตรเลยทีเดียว

การกลายพันธุ์นี้ทำให้ระยะห่างระหว่างกิ่งบนลำต้นและระยะห่างระหว่างข้อบนกิ่งเดียวกันหดสั้นลง พร้อมกับกิ่งแขนงซึ่งแตกออกจากกิ่งหลักก็มาก

จึงทำให้คาทูร์รามีพุ่มหนากว่านั่นเอง นอกจากลักษณะข้างต้นแล้ว ลักษณะอื่นๆดูจะไม่ต่างจากเบอร์บอน เช่นมีผิวใบเป็นลอนขอบใบหยัก ใบอ่อนบริเวณยอดมีสีเขียว ผลก็คล้ายเบอร์บอน ผลสุกมีทั้งสีแดงและเหลือง

ลักษณะต้นเตี้ยและข้อชิด

Caturra Green tip
Caturra
Caturra 2

4.คาทุย (Catuai)

CATUAI

เป็นอีกสายพันธุ์ที่ปลูกทั่วไปในแทบทุกไร่ในละแวกโบเกเต สายพันธุ์นี้เกิดจากการผสมข้ามระหว่างมุนโดโนโว (Mundo Novo) และคาทูร์รา (Caturra) คาทูร์ราเกิดจากการกลายพันธุ์ตามธรรมชาติของเบอร์บอน

ส่วนมุนโดโนโวนั้นเป็นผลจากการผสมข้ามพันธุ์ตามธรรมชาติระหว่างทิปิก้าและเบอร์บอนค้นพบครั้งแรกในเมือง Mineiros do Tiete, Sao Paulo ประเทศบราซิล จากข้อมูลของการกำเนิดของคาทุยเราจึงพอจะบอกได้ว่ามันต้องมีลักษณะร่วมระหว่างทิปิก้าและเบอร์บอนอย่างแน่นอน

ลักษณะลำต้นของคาทุยนั้นไม่ได้สูงโปร่ง เพราะระยะห่างระหว่างกิ่งกับระยะห่างระหว่างข้อนั้นสั้น มักไม่ค่อยเห็นกิ่งแขนง (กิ่งซึ่งแตกย่อยออกจากกิ่งหลัก) ที่บริเวณส่วนบนของลำต้น (จากยอดลงมาราว 60-70 เซนติเมตร)

ซึ่งแตกต่างจากคาทูร์ราที่มักมีกิ่งแขนงตั้งแต่ใกล้ยอดด้านบนสุด ลักษณะรูปทรงปลายบนสุดของลำต้นนั้นกลมคล้ายร่มซึ่งแตกต่างจากทรงพุ่มของทิปิก้าและเบอร์บอนที่พุ่มต้นเป็นสามเหลี่ยมคล้ายของต้นสน

ปกติยอดอ่อนของคาทุยเป็นสีเขียว แต่บางครั้งคาทุยก็มียอดอ่อนเป็นสีน้ำตาลด้วยบ้างเช่นกัน ขอบใบมักจะหยัก

ข้อดีของคาทุยคือผลไม่หลุดร่วงง่ายจึงนิยมปลูกในพื้นที่ที่ลมแรงหรือฝนตกชุก (บางเดือนลมที่โบเกเตแรงมากและช่วงหน้าฝนฝนก็ตกไม่ลืมหูลืมตา) ผลมีลักษณะออกกลมรีคล้ายเบอร์บอน และสีของผลสุกมีทั้งสีแดง เหลือง และส้ม (เชอรี่สีส้มมักไม่ค่อยเจอบ่อยนัก)

Catuai 2ลักษณะของยอดและข้อ

Catuai4
Catuai Leaf
Catuai cherries Color
Catuai Green Beans
Catuai Green Beans 2

5.พาคามารา (Pacamara)

เป็นสายพันธุ์ที่เกิดจากการผสมกันระหว่างต้นพ่อแม่ 2 สายพันธุ์ คือสายพันธุ์พาคาส (Pacas) และมาราโกกีเป (Maragogipe) นักวิชาการบางส่วนยังมองว่าพาคามาราไม่ได้มีลักษณะอันจะเรียกว่าเป็นสายพันธุ์ เพราะว่ามันไม่มีความเสถียรมากพอ

พาคามาราที่ปลูกสามารถย้อนกลับไปเป็นสายพันธุ์พาคาสได้สูงถึง 10% อย่างไรก็ตาม ชาวบ้านนิยมปลูกจึงอลุ่มอล่วยให้เรียกว่าเป็นสายพันธุ์พาคามารา พิจารณาจากต้นพ่อแม่ ซึ่งพาคาสนั้นเป็นสายพันธุ์ที่เกิดจากการกลายพันธุ์ของเบอร์บอน (ค้นพบที่ไร่พาคาสในประเทศเอลซัลวาดอร์)

ส่วนมาราโกกิเปนั้นเป็นเกิดจากการกลายพันธุ์ของทิปิก้าในหมู่บ้านมาราโกกิเปในประเทศบราซิลส่งผลให้ได้ทิปิก้ายักษ์ ทุกอย่างใหญ่หมดรวมถึงผลของมัน ซึ่งลักษณะผลใหญ่นี่เองที่ส่งต่อมายังพาคามารา (แต่ผลของมาราโกกิเปก็ยังคงใหญ่กว่าอยู่ดี)

พาคามารานั้นสังเกตเห็นความแตกต่างค่อนข้างชัดและง่าย ดูจากเพียงบางลักษณะ เช่นผลและใบ ใบของมันใหญ่มาก คล้ายใบเบอร์บอน แต่ใหญ่กว่า นอกจากขนาดผลจะใหญ่แล้วปลายของผลก็จุ่นออกมาคล้ายคนสะดือจุ่น ลักษณะนี้เห็นชัดมากในช่วงที่ยังอยู่ในระยะพัฒนาการ (ผลเขียว ยังไม่สุก) ลักษณะพุ่มนั้นแม้จะเป็นสามเหลี่ยมคล้ายทรงพุ่มสน แต่เป็นพุ่มอ้วนๆป้อมๆ ทั้งนี้ก็เพราะระยะห่างระหว่างกิ่งกับข้อนั้นสั้น ลำต้นและกิ่งก็หนาบึกคล้ายเบอร์บอนทำให้มีความยืดหยุ่นน้อยกว่า ยอดอ่อนมีทั้งสีเขียวและสีน้ำตาล ถ้าเปรียบเทียบก็คงคล้ายกับสาวร่างใหญ่อวบอ้วนล่ะ

ลักษณะขนาดของใบกับยอดสีแดง (Bronze Tip)

ลักษณะของผลอ่อน

ขนาดของผลและเมล็ด Pacamara เทียบกับ Gesha และ  Typica

Typica and Bourbon Leafความแตกต่างระหว่างใบ Pacamara และ Typica

Pacamara
Pacamara 3
Pacamara 4
Pacamara node 2
Pacamara node3

6.เกอิชาหรือเกชา (Geisha/ Gesha)

เป็นสายพันธุ์ที่มีชื่อเสียงมากและดูเหมือนเป็นที่ต้องการของตลาดสูงมาก สายพันธุ์นี้หากเปรียบแล้วก็น่าจะไม่ต่างจากนางงามกาแฟจักรวาล เกอิชานั้นสังเกตรูปพรรณสัณฐานง่ายโดยพิจารณาแค่บางลักษณะก็บอกได้

ลักษณะลำต้นและกิ่งของเกอิชานั้นเรียวและลู่ลมคล้ายทิปิก้า อีกทั้งกิ่งและข้อก็ห่างด้วย ไหนจะลักษณะใบซึ่งมีผิวใบค่อนข้างเรียบและยาว ผลซึ่งเรียวยาวก็ไม่ต่างนักจากทิปิก้า

แต่ความต่างอยู่ที่กิ่งบริเวณใกล้ยอดนั้นเฉียงชัดเจนกว่าสายพันธุ์อื่นๆโดยมีองศาระหว่างลำต้นแกนหลักกับกิ่งที่ราว 40-50 องศา กิ่งที่ชี้ขึ้นไปนี้ทำให้ลักษณะของบริเวณเวลามองดูจะคล้ายทรงร่มกางออกหรือเกือบเป็นเส้นตรงซึ่งต่างจากลักษณะยอดของทิปิก้าโดยสิ้นเชิง

ผลสุกของเกอิชาก็ให้รสชาติและกลิ่นที่แตกต่างจากทุกสายพันธุ์ด้วยเพราะมีความหอมหวานแบบผลไม้ดอกไม้ชัดเจน ลักษณะเด่นอีกอย่างคือเมล็ดมักมีลักษณะเรียวยาวโดยมีปลายเมล็ดออกแหลมเล็กน้อย  

ลักษณะของพุ่มสังเกตองศาของก้านจากสามเหลี่ยมในภาพ

Geisha Tipยอดของกาแฟ Gesha มีทั้งสีแดงและเขียว

Gesha Green Beans
Gesha 2

” สว่าง ทองดี “

 

เป็นนักเขียนนักเดินทาง(โดยจักรยาน)และทำงานฟรีแลนซ์ซึ่งเกี่ยวข้องกับการดูแลนักท่องเที่ยวที่เข้ามาเที่ยวในไทย

เขาเริ่มสนใจกาแฟเมื่อ 4 ปีที่แล้ว โดยตั้งเป้าหมายสำหรับเรียนรู้เชิงกว้างและลึก โดยหวังจะสามารถนำทักษะความรู้ไปใช้ได้จริงในการประกอบอาชีพด้านนี้

ล่าสุดเริ่มทำงานในส่วน QC (ในห้องแล็บ) ของบริษัทกาแฟในประเทศปานามา ชื่อ International Coffee Farms 

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

Roasted Coffee Beans will be available again on 12th of November 2019 Dismiss