กรณีศึกษา | ราคากาแฟกับรายได้ของเกษตรกรผู้ปลูกกาแฟในแถบลาตินอเมริกาโดย Caravela Coffee

ตลาด US Coffee C Market

US Coffee C Market ตลาดซื้อขายสัญญาเมล็ดกาแฟที่กรุงนิวยอร์ค ถือได้ว่าเป็นหนึ่งในตลาดกลางที่เป็นตัวชี้วัดราคากาแฟที่ซื้อขายกันทั่วโลก

15 ปีที่ผ่านมา ราคากาแฟในตลาด C Market ขยับตัวจาก 0.6 เซนต์ต่อปอนด์ในปี 2002 สูงระดับสูงสุดที่ 3 เหรียญต่อปอนด์ในช่วงปี 2011 แต่หลังจากนั้นราคากาแฟได้ขยับตัวลดลงอย่างต่อเนื่องจนกระทั่งปี 2018 ที่ราคากาแฟต่ำกว่าระดับ 1 เหรียญต่อปอนด์ในรอบ 15 ปี แล้วการลดลงของราคาส่งผลกระทบต่อเกษตรกรแค่ไหน

ราคาที่ตกต่ำและผลกระทบต่อเกษตรกร

เกษตรกรผู้ปลูกกาแฟกว่าในแถบลาตินอเมริกาส่วนใหญ่เป็นเกษตรกรรายย่อย มีพื้นที่ในการปลูกกาแฟน้อยกว่า 1 เฮกตาร์ ซึ่งมีผลผลิตเมล็ดกาแฟทั้งปีเฉลี่ยอยู่ที่ 300 กิโลกรัมหรือ 5 กระสอบ (กระสอบละ 60 กิโลกรัม) 

ต้นทุนเฉลี่ยในการผลิตกาแฟ 1 ปอนด์ของเกษตรกรแถบลาตินอเมริกาอยู่ที่ 1.2 เหรียญต่อปอนด์ 

ถ้าคำนวนกำไรจากราคาค่าเฉลี่ยแปดปีหลังสุดของตลาด C Market ซึ่งอยู่ที่ 1.59 เหรียญต่อปอนด์  (กิโลละ 3.18 เหรียญหรือประมาณ 100บาท )  กับต้นทุนที่ 1.2 เหรียญต่อปอนด์

สำหรับกำไรของเกษตรกรจะขึ้นอยู่กับปริมาณกาแฟที่ผลิตได้ ยกตัวอย่างเช่น

เกษตรกร A ผลิตกาแฟได้ 300 กิโลกรัมต่อปีจะได้กำไรเดือนละ 21 เหรียญหรือปีล่ะ 247  เหรียญ (ประมาณ 8,000 บาท)*

ถ้าเกษตรกร B สามารถเพิ่มผลผลิตต่อเฮกตาร์ได้เป็น  15 กระสอบก็จะได้กำไรอยู่ที่ 742 เหรียญต่อปี (ประมาณ 24,000 บาท)*

และถ้าเกษตรกร C มีพื้นในการปลูกเพิ่มขึ้นเป็น 3 เฮกตาร์และมีปริมาณการผลิตอยู่ที่ 15 กระสอบต่อเฮกตาร์ กำไรที่เกษตรกรได้จะอยู่ที่ 2,227 เหรียญต่อปี (ประมาณ 72,000 บาท)

*อัตราแลกเปลี่ยนที่ 1 เหรียญสหรัฐเท่ากับ  33 บาท

ถ้าอยากให้เกษตรกรมีกำไร 5,000 เหรียญต่อปี กาแฟต้องราคาเท่าไร

ถ้าเกษตรกรอยากได้กำไรปีล่ะ 5,000  เหรียญต่อปีราคากาแฟขั้นต่ำที่เกษตรกรควรจะได้อยู่ที่

เกษตรกร A ควรจะขายกาแฟได้ 8.76 เหรียญต่อปอนด์

เกษตรกร B ควรจะขายกาแฟได้ 3.71 เหรียญต่อปอนด์

เกษตรกร C ควรจะขายกาแฟได้ 2.04 เหรียญต่อปอนด์

สรุปปัญหารายได้ของเกษตรกรแถบลาตินอเมริกา

จะเห็นได้ว่าหนึ่งในปัจจัยที่สำคัญที่สุดที่ส่งผลต่อรายได้ของเกษตรกรคือปริมาณผลผลิต สำหรับเกษตรกรที่มีขนาดสวนที่ใหญ่หรือมีปริมาณผลผลิตสูงก็สามารถมีรายได้เพิ่มขึ้นได้โดยไม่จำเป็นต้องขายกาแฟได้ในราคาที่แพงขึ้นมากเทียบกับราคาตลาด ในทางกลับกันเมื่อเทียบกับเกษตรที่มีสวนขนาดเล็กกว่า ทำให้เมื่อราคากาแฟตกต่ำ เกษตรกรที่มีผลผลิตน้อยจะได้รับผลกระทบที่รุนแรง**

**ในกรณีที่ขายกาแฟได้หมด

Reference

Daily Coffee News

Caravela Coffee

 

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *